คำตอบ (1): กองคลังจะตอบเฉพาะกรณีหน่วยงานหรือข้าราชการพลเรือนสามัญในสังกัด สถ. เท่านั้น ถ้าเป็นหน่วยงาน อปท. หรือข้าราชการ/พนักงานส่วนท้องถิ่นต้องสอบถามสำนักบริหารการคลังท้องถิ่น (สน.คท.) หรือหน่วยงานเจ้าของระเบียบ หรือหนังสือสั่งการนั้น ๆ โดยตรง
คำตอบ (2): เรื่องดังกล่าวเป็นการร้องเรียนขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับการต่อสัญญาจ้างครูอัตราจ้างสอน ซึ่งการต่อสัญญาจ้างต้องเป็นไปตามประกาศ ก.จ. เรื่อง มาตรฐาน ทั่วไปเกี่ยวกับพนักงานจ้าง ประกาศ ณ วันที่ 12 พฤษภาคม 2547 ข้อ 44 กรณีที่จะมีการต่อสัญญาจ้าง ให้นำผลการประเมินผลการปฏิบัติงานมาประกอบการพิจารณาในการต่อสัญญาจ้าง โดยการต่อสัญญาจ้างครูอัตราจ้างสอนจะต้องนำผลการประเมินผลการปฏิบัติงานมาประกอบการพิจารณาในการต่อสัญญาจ้าง จะต้องมีผลการประเมินผลการปฏิบัติงานเฉลี่ยย้อนหลัง 2 ปี ไม่ต่ำกว่าระดับดี ทั้งนี้ การต่อสัญญาจ้างให้ผู้บังคับบัญชาทำความเห็นเสนอนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เพื่อพิจารณาสั่งจ้างต่อไป ดังนั้น กรณีที่ร้องเรียนของ ?คณะครูอัตราจ้างสอน (สังกัด อบจ.ทั่วประเทศและ อบจ.นครราชสีมา)? จึงสามารถต่อสัญญาจ้างครูอัตราจ้างสอนได้ ซึ่งจะต้องเป็นเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว แล้วขอความเห็นชอบ ก.จ.จ.
คำตอบ (3): คือระบบประเมินผลภาคราชการแบบบูรณาการ (Government Evaluation System : GES) ซึ่งเป็นการดำเนินตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2554 ที่เห็นชอบให้มีการบูรณาการระบบติดตามประเมินผลของภาครัฐให้มีความเป็นเอกภาพ โดยมีกรอบการประเมินผล 2 มิติ คือ มิติภายนอกและมิติภายใน และกำหนดให้มีการจัดระบบสารสนเทศฐานข้อมูลกลางของหน่วยงานภาครัฐ และแนวทางการใช้ประโยชน์จากระบบประเมินผลภาคราชการแบบบูรณาการ โดยให้นำผลคะแนนการประเมินที่ได้ไปใช้ประกอบการพิจารณาจัดสรรงบประมาณประจำปี การเลื่อนเงินเดือน และการจัดสรรเงินรางวัลของส่วนราชการ โดยให้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2555
คำตอบ (4): ตอบ ระบบ E-mail ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น คือ ระบบที่ใช้ในการรับ - ส่ง จดหมายภายใต้โดเมน @dla.go.th ซึ่งเปิดให้บริการแก่ข้าราชการและหน่วยงานในสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ
คำตอบ (5): ตอบ สามารถเข้าใช้งานได้ 2 วิธี วิธีที่ 1 การเข้าใช้งานผ่านเว็บไซต์ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น http://www.dla.go.th ที่เมนู e-mail วิธีที่ 2 การพิมพ์ URL : https://mail.dla.go.th
คำตอบ (6): ตอบ โทรศัพท์สอบถามที่ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศท้องถิ่น เบอร์โทรศัพท์ 0-2241-9000 ต่อ 1104 1105 1112 1116
คำตอบ (7): ตอบ ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ของกรมบัญชีกลาง คือ ระบบสารสนเทศที่สนับสนุนการให้บริการที่เกี่ยวข้องในกิจกรรมการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ เช่น การตกลงราคา การสอบราคา การประกวดราคา และการจัดซื้อรวมแบบออนไลน์ เป็นต้น ซึ่งส่วนราชการต้องลงทะเบียนหน่วยงานเพื่อขอรับ Username และ Password สำหรับเข้าใช้งานระบบดังกล่าว ผ่าน E-mail Address ที่เป็นของหน่วยงานภาครัฐ สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ยังไม่มี E-mail Addressที่เป็นของหน่วยงานภาครัฐ นั้น จะต้องใช้ E-mail Address ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในการลงทะเบียน
คำตอบ (8): การค้นหาหนังสือราชการ สถ. ในระบบใหม่นั้น ศส.ได้ปรับปรุงให้ง่ายต่อการค้นหา โดยเพิ่มช่องทางในการค้นหา ได้แก่ ชื่อหนังสือ เลขที่หนังสือ หนังสือลงวันที่ สำนัก/กองเจ้าของเรื่อง และวันที่เผยแพร่ลงเว็บไซต์ หากท่านประสงค์จะค้นหาหนังสือฉบับใด ขอเพียงท่านกรอกเงื่อนไขในกล่องข้อความ (เช่น ชื่อหนังสือ เลขที่หนังสือ เป็นต้น) ก็สามารถค้นหาได้แล้ว โดยไม่จำเป็นต้องกรอกรายละเอียดทุกกล่องข้อความ
คำตอบ (9): กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (ก.พ.ร. สถ.) มีหน้าที่หลักตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย พ.ศ.2551 ในการพัฒนาการบริหารงานของกรมให้เกิดผลสัมฤทธิ์ มีประสิทธิภาพ และคุ้มค่า รับผิดชอบงานขึ้นตรงต่ออธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ 1. เสนอแนะให้คำปรึกษาแก่อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการภายในกรม 2. ติดตาม ประเมินผล และจัดทำรายงานเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการภายในกรม 3. ประสานและดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการร่วมกับหน่วยงานกลางต่าง ๆ และส่วนราชการในกรม 4. ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย
คำตอบ (10): การจัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการมีหลักการและที่มา ดังนี้ 1. พรบ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 มาตรา 3/1 บัญญัติว่า การปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการต้องใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งให้คำนึงถึงความรับผิดชอบของผู้ปฏิบัติงานการมีส่วนร่วมของประชาชน การเปิดเผยข้อมูล การติดตามตรวจสอบ และการประเมินผลการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ตามความเหมาะสมของแต่ละภารกิจ 2. เนื่องจากพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546 มาตรา 12 กำหนดไว้ว่าเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ก.พ.ร. อาจเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อกำหนดมาตรการกำกับการปฏิบัติราชการ โดยวิธีการจัดทำความตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรหรือโดยวิธีการอื่นใด เพื่อแสดงความรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการรวมทั้งมาตรา 45 กำหนดให้ส่วนราชการจัดให้มีคณะผู้ประเมินอิสระดำเนินการประเมินผลการปฏิบัติราชการของส่วนราชการเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ของภารกิจคุณภาพการให้บริการ ความพึงพอใจของประชาชนผู้รับบริการ ความคุ้มค่าในภารกิจ ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่ ก.พ.ร. กำหนด 3. แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการไทย (พ.ศ.2551-2555) ยุทธศาสตร์ที่ 3 การมุ่งสู่การเป็นองค์การที่มีขีดสมรรถนะสูง โดยมีการปรับปรุงกลไกและระบบการประเมินผลตามคำรับรอง การปฏิบัติราชการให้เหมาะสมสอดรับกับพันธกิจและลักษณะของหน่วยงานภาครัฐสามารถวัดผลได้ทั้งระดับองค์การและบุคคล และพัฒนามาตรการเสริมสร้างแรงจูงใจตามผลงาน 4. ครม.ได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2546 โดยมีมติเห็นชอบในหลักการและรายละเอียดของแนวทางและวิธีการในการสร้างแรงจูงใจเพื่อเสริมสร้างการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ที่ ก.พ.ร.เสนอ โดย ก.พ.ร.กำหนดให้ทุกส่วนราชการจะต้องทำการพัฒนาปฏิบัติราชการและทำข้อตกลงผลงานกับผู้บังคับบัญชา และคณะกรรมการเจรจาข้อตกลงและประเมินผล จะได้รับสิ่งจูงใจตามระดับผลงานตามที่ตกลงไว้สำนักงาน ก.พ.ร. จึงจัดให้มีการจัดทำคำรับรองและติดตามผลการปฏิบัติราชการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2547
คำตอบ (11): เนื่องจากการจัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการ ฯมีหลักการและที่มาตามคำถาม-คำตอบข้างต้นและหากไม่จัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการฯส่วนราชการจะไม่สามารถทราบความก้าวหน้าในการพัฒนาการปฏิบัติราชการ ปัญหา/อุปสรรคที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติราชการ และผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติงานของส่วนราชการ โดยเฉพาะผลผลิต(Output) ผลลัพธ์(Outcome) และความพึงพอใจของประชาชนต่อการปฏิบัติงานของส่วนราชการ รวมทั้งได้รับการจัดสรรงบประมาณจากงบประมาณแผ่นดินมาใช้ในการปฏิบัติราชการ จึงจำเป็นจะต้องประเมินผลความคุ้มค่าและประสิทธิภาพของการใช้จ่ายงบประมาณตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ ฯ ให้ประชาชนได้รับทราบด้วย ดังนั้นส่วนราชการจึงจำเป็นต้องจัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการเป็นประจำทุกปีงบประมาณ
คำตอบ (12): หากส่วนราชการได้ดำเนินการติดตามประเมินผลตามคำรับรองการปฏิบัติราชการทั้งระบบส่วนราชการและระดับสำนัก/กองแล้วจะเห็นได้ว่ามีวิสัยทัศน์และพันธกิจเป็นตัวกำกับหลัก ดังนั้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติแล้ว แผนงานโครงการต่าง ๆ ก็ต้องเป็นไปตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ ดังนั้นผู้ที่มารับงานต่อก็จะสามารถเข้าใจระบบต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าต้องงการปรับเปลี่ยนนโยบายหรือวิธีการทำงานก็จะไม่แตกต่างไปจากสิ่งที่ได้ดำเนินงานมาแล้วอย่างเป็นระบบ
คำตอบ (13): สำนักงาน ก.พ.ร. พิจารณาเห็นชอบการขอเปลี่ยนแปลงตัวชี้วัด น้ำหนัก และเกณฑ์การให้คะแนนจากหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ 1. การเปลี่ยนแปลงนโยบายรัฐบาล 2. การได้รับผลกระทบจากภายนอกได้แก่สาธารณภัย หรือภัยก่อการร้าย 3. คณะกรรมการเจรจาข้อตกลงและประเมินผลได้กำหนดเงื่อนไขให้ส่วนราชการขอทบทวนรายละเอียดตัวชี้วัดได้ เช่น กรณีไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณหรือได้รับจัดสรรงบประมาณไม่เพียงพอ และไม่สามารถโอนเปลี่ยนแปลงรายการงบประมาณ เป็นต้น โดยส่วนราชการต้องส่งคำขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดตัวชี้วัด น้ำหนัก และเกณฑ์การให้คะแนนตามระยะเวลาที่สำนักงาน ก.พ.ร. กำหนด
คำตอบ (14): รับได้ทั้งหมด ไม่ถือเป็นการรับซ้ำซ้อน
คำตอบ (15): กรณีผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเอดส์ หากจำคุกแล้วจะไม่สามารถรับเบี้ยยังชีพได้ ยกเว้น กรณีของคนพิการที่ยังสามารถรับเบี้ยยังชีพคนพิการต่อไปได้ แต่ต้องแจ้งกับผู้บัญชาการเรือนจำ
คำตอบ (16): บัตรประจำตัวคนพิการ เป็นเอกสารการรับเงินครับ ฉะนั้นถ้าไม่มีมา ก็ ระงับการจ่ายไว้ชั่วคราวครับ จนกว่าเค้าจะนำเอกสารการรับเงินที่ถูกต้องมาแสดง
คำตอบ (17): การจ่ายเงิน ต้องใช้หลักฐานการรับเงิน คือบัตรประจำตัวคนพิการ ไม่ว่าเงินสด หรือ โอนเข้าธนาคาร ก็ต้องมีหลักฐานผู้รับเงิน ถ้าบัตรหมดอายุก็ต้องทำบัตรใหม่ ก็ทำหนังสือถึงผู้พิการให้ทำบัตรใหม่ เมื่อไม่มีหลักฐานการรับเงินมาก็ต้องงดจ่ายชั่วคราวจนกว่าจะมีบัตรใหม่ ไม่มีความผิดอะไร
คำตอบ (18): ผู้ติดเชื้อเอดส์ ยังคงถือปฏิบัติตามระเบียบ มท. ว่าด้วยการจ่ายเบี้ยยังชีพ ปี 2548 เมื่อคดีถึงที่สุดและต้องคำพิพากษาให้จำคุก ก็ถือว่าได้รับการดูแลจากรัฐแล้ว ต้องงดจ่ายเงินเบี้ยยังชีพ
คำตอบ (19): ตามระเบียบ มท. ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเบี้ยยังชีพฯ 2552 กรณีเสียชีวิตต้องงดจ่ายทันที ตามข้อ 14 วรรคท้าย
คำตอบ (20): ในแต่ละปีจะมีการเสนอของบประมาณประจำปีล่วงหน้าแล้ว ดังนั้น ถ้าจะได้รับเงิน 1000 บาท ตามนโยบายรัฐบาล ในกรณีดักล่าวจะต้องรอในปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 (1 ต.ค. 2555- 30 ก.ย. 2556)