อธิบดี สถ. ร่วมรับฟังการมอบนโยบายและแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570

21/04/2569

วันนี้ (20 เมษายน 2569) เวลา 10.00 น. ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ชั้น 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี - นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการมอบนโยบายและแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โอกาสนี้ นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ร่วมรับฟัง

โดยการจัดทำงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ต้องมีความตรงเป้า แม่นยำ และสามารถตอบโจทย์นโยบาย "10 Plus" ของรัฐบาล ในการนำพาประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤตที่เผชิญอยู่ในขณะนี้ ควบคู่กับพัฒนาประเทศต่อไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน หลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลางอย่างรวดเร็ว โดยรัฐบาลได้กำหนดนโยบายสำคัญที่จะแก้ปัญหาเร่งด่วนของประเทศ ควบคู่กับสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุน เพื่อทำให้ประเทศไทยของเรามีความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้นด้วยนโยบาย 5 ด้านดังนี้

ด้านที่ 1 "นโยบายด้านเศรษฐกิจ" เราต้องกระจายรายได้และสร้างโอกาสให้กับประชาชนทุกกลุ่ม ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโตแข่งขันได้ รวมทั้งส่งเสริมการค้า การเกษตร และการท่องเที่ยว ผ่านนโยบายพุ่งเป้าเฉพาะกลุ่ม

ด้านที่ 2 "นโยบายด้านการต่างประเทศและความมั่นคง" เราจะต้องเสริมสร้างบทบาทเชิงรุกของประเทศไทยในเวทีโลกด้วยความสร้างสรรค์ เร่งผลักดันประเทศไทยให้เข้าเป็นสมาชิก OECD ให้ได้ ภายในปี พ.ศ. 2571 และส่งเสริมสร้างความมั่นคงชายแดน ความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน

ด้านที่ 3 "นโยบายด้านสังคม" รัฐบาลต้องให้ความสำคัญด้านการศึกษา สุขภาพ สร้างเสริมสถาบันครอบครัว สร้างชุมชนที่เข้มแข็ง ผ่านนโยบาย "สูงวัย Plus" และ "การศึกษาเท่าเทียม Plus"

ด้านที่ 4 "นโยบายด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม" เพื่อให้ประเทศมีระบบการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ และมีระบบการป้องกันการเตรียมความพร้อมและรับมือภัยพิบัติที่มีศักยภาพสูง รวมทั้งผลักดันให้ประเทศบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2593 หรือ ค.ศ. 2050 ผ่านนโยบายสีเขียว

และด้านที่ 5 "นโยบายด้านการบริหารภาครัฐ" การปฏิรูปกฎหมาย มุ่งให้ภาครัฐมีประสิทธิภาพสูงสุดเป็นราชการทันใจ รวมทั้งแก้ปัญหาคอรัปชั่นเชิงโครงสร้างอย่างจริงจังเพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นผ่านนโยบาย "AI Plus" และ "Thailand Plus"

ทั้งนี้ การขอรับการจัดสรรงบประมาณในปีนี้ จะเพิ่มขึ้นได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของงบประมาณปีที่แล้ว โดยส่วนมากที่เพิ่มขึ้นจะต้องเป็นรายจ่ายด้านการลงทุน เพื่อการแก้ไขปัญหาวิกฤตของในขณะนี้และวางรากฐานพัฒนาประเทศให้ยั่งยืน รวมทั้ง ขอให้ทุกหน่วยขอรับงบประมาณปรับลดคำขอ และตั้งงบประมาณเกี่ยวกับการศึกษาดูงาน และปรับลดการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่ของหน่วยงานโดยขอให้เน้นการเช่ามากกว่า หรือหากมีความจำเป็นต้องก่อสร้าง ขอให้ใช้การลงทุนในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน หรือ PPP กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตของประเทศไทย Thailand future fund และเสนอคำขอตั้งงบลงทุนเท่าที่จำเป็น โดยเฉพาะเส้นทางคมนาคม ขอให้มุ่งเน้นในการซ่อมบำรุงเส้นทางเดิมมากกว่าการขยายเส้นทางใหม่ รวมถึงงบประมาณของกลุ่มจังหวัด ขอให้งดตั้งงบประมาณในการพัฒนาถนนและแหล่งน้ำเพื่อลดความซ้ำซ้อนของพื้นที่ในการดำเนินการ

สำหรับงบประมาณของจังหวัดจะมีการพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้เป็นไปตามกฎหมายเท่าที่จำเป็นเท่านั้น นอกจากนี้ ด้วยสถานการณ์ด้านพลังงานที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเรามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ โดยปรับเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนให้มากขึ้น ขอให้ทุกหน่วยงานให้ความร่วมมืออย่างจริงจัง เพื่อการประหยัดและการลดผลกระทบจากสถานการณ์น้ำมันของโลก สำหรับรายการที่หน่วยงานที่ได้ลงนามในสัญญาเช่าไว้แล้ว ขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ให้มีการเจรจาพิจารณาปรับแก้ไขสัญญาราชการ จากรถสันดาบให้เปลี่ยนเป็นรถยนต์ EV โดยคำนึงถึงความเหมาะสมทางธุรกิจ ต้นทุน ภารกิจของหน่วยงาน และความเป็นไปได้ รวมทั้งขอให้หน่วยงานพิจารณาใช้ Solar Rooftop ในทุกพื้นที่ที่สามารถทำได้ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการฝ่าวิกฤตพลังงานเชื้อเพลิงในครั้งนี้ไปด้วยกัน