วันนี้ (31 สิงหาคม 2569) เวลา 15.15 น. ณ ห้องประชุมชูพันธ์ ชั้น 2 อาคารเรียนและปฏิบัติการรวมคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตสงขลา อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา - นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ระดมความคิดเห็นปัญหาอุปสรรคและแนวทางการพัฒนาในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ จังหวัดสงขลา สตูล ยะลา นราธิวาส และปัตตานี ภายใต้นโยบายรัฐบาล ประเด็นการพัฒนา 4 ด้าน เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และภัยพิบัติ โอกาสนี้ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทน อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ร่วมประชุม
โดยนายกรัฐมนตรี เปิดโอกาสให้ตัวแทนของแต่ละกลุ่มย่อย ที่ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด หอการค้าจังหวัด ผู้ประกอบการ และภาคเอกชน รวมทั้งหน่วยงานด้านความมั่นคง ได้นำเสนอปัญหา และแนวทางแก้ไข
สำหรับประเด็นการนำเสนอ ทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ มุ่งเน้นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวและมาตรฐานความปลอดภัย ควบคู่กับการฟื้นฟูเศรษฐกิจจากอุทกภัยในสงขลาและการเชื่อมโยงเส้นทางสตูล-เปอร์ลิส ภาคการเกษตรและประมงต้องเร่งลดต้นทุนการผลิต จัดตั้งตลาดกลาง พัฒนาระบบห้องเย็น และแก้ไขข้อจำกัดด้านกฎหมายประมงเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า โครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์จำเป็นต้องขุดลอกร่องน้ำสงขลาและปัตตานี เร่งรัดถนนสายสำคัญ และพัฒนาโครงข่ายแบบไร้รอยต่อ นอกจากนี้ยังต้องเร่งปรับปรุงผังเมืองให้ยืดหยุ่นสอดคล้องกับการเติบโตของอุตสาหกรรม ควบคู่กับมาตรการส่งเสริมการลงทุน
ด้านสังคม ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหายาเสพติดด้วยการจัดตั้งศูนย์บำบัดและฟื้นฟูแบบครบวงจร รวมถึงการดูแลสุขภาพจิตเชิงรุกในกลุ่มนักเรียน โครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขที่เร่งด่วนคือการก่อสร้างโรงพยาบาลหาดใหญ่แห่งที่ 2 เพื่อยกระดับเป็นศูนย์กลางการแพทย์ (Med Hub) ลดความแออัดและป้องกันผลกระทบจากอุทกภัย การพัฒนาแรงงานเน้นการทำข้อตกลง (MOU) กับมาเลเซียเพื่อลดต้นทุนและดูแลแรงงานไทยที่อยู่นอกระบบ พร้อมยกระดับทักษะแรงงานให้ตรงกับตลาดผ่านวิทยาลัยชุมชน การแก้ปัญหาความยากจนต้องทำควบคู่ไปกับการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ดูแลผู้สูงอายุระดับพื้นที่ในรูปแบบ Day Care นำเด็กนอกระบบและโรงเรียนตาดีกาเข้าสู่ระบบการศึกษา บูรณาการเชื่อมโยงฐานข้อมูลภาครัฐที่ติดข้อจำกัด PDPA และยกระดับมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ให้เป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ของพื้นที่
ด้านความมั่นคง ภายในพื้นที่ต้องพัฒนาด่านตรวจเกาะหม้อแกง จังหวัดปัตตานี ให้เป็นด่านอัจฉริยะ (Smart Checkpoint) ที่ติดตั้งกล้องวงจรปิด อุโมงค์ X-Ray และระบบยืนยันตัวตนทางชีวมิติ (Biometrics) ที่เชื่อมข้อมูลกับฐานข้อมูลกลางของรัฐ การรับมือความไม่สงบต้องสนับสนุนยุทโธปกรณ์มาตรฐานแก่ชุดคุ้มครองตำบล ผลักดันกฎหมายปราบปรามอาชญากรรมรุนแรง และสร้างเครือข่ายข่าวภาคประชาชนแบบยั่งยืน รวมถึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานโดยบูรณาการ ศอ.บต. กอ.รมน. และกระทรวงมหาดไทยเข้าด้วยกัน และให้กระทรวงศึกษาธิการเข้ามามีบทบาทร่วมกับหน่วยงานอื่นเพื่อประเมินสถานศึกษาและป้องกันไม่ให้เยาวชนถูกบ่มเพาะเข้าสู่ขบวนการ
ด้านภัยพิบัติ มีข้อเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากส่วนกลางรวม 3 ส่วน ประกอบด้วย สำหรับโครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำเทศบาลนครหาดใหญ่และบรรเทาความเสียหายจากภัยพิบัติเทศบาลเมืองควนลังในจังหวัดสงขลา ของกรมทางหลวงเพื่อเร่งซ่อมแซมถนน 45 โครงการที่เสียหายจากภัยพิบัติตั้งแต่ปี 2568 และงบประมาณ 20 ล้านบาท สำหรับให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปัตตานีเร่งก่อสร้างอาคารศูนย์พักพิงชั่วคราวให้แก่ผู้ประสบภัย