วันนี้ (17 เมษายน 2569) เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมปัญจเพชร ชั้น 3 อาคารศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จังหวัดยะลา - นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) นำคณะรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประชุมหารือด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โอกาสนี้ นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ร่วมประชุม
โดยนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับแนวทางการแก้ไขและพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ในการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ต้องเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อดูแลเรื่อง "ปากท้อง" ของประชาชน สร้างอาชีพ รายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น สำหรับโครงการสำคัญที่ต้องผ่านการตัดสินใจระดับนโยบาย ขอให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) เร่งจัดประชุมโดยเร็วที่สุด เพื่อให้มติของ กพต. นำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงทีและเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ขอให้ ศอ.บต. รวบรวมข้อมูลมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ทำได้จริง และหากพื้นที่ใดจำเป็นต้องแก้ไขผังเมืองเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาและการจ้างงาน ก็ขอให้เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการทันที
ด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติด ขอให้มีการบูรณาการความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่าง ศอ.บต. ฝ่ายปกครอง ความมั่นคง ชุมชน และผู้นำศาสนา เพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยเน้นลดการแพร่ระบาดในหมู่เยาวชนเพื่อทำลายวงจรยาเสพติดให้หมดไป ที่สำคัญคือ ข้าราชการทุกระดับต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด
ด้านพลังงาน ขอให้ ศอ.บต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันจัดทำแผนด้าน "พลังงานทดแทน" และ "การประหยัดพลังงาน" ให้เป็นแผนใหญ่ฉบับเดียวครอบคลุมทั้งภูมิภาค เพื่อผลักดันพลังงานสะอาดที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตให้เกิดขึ้นจริง
และด้านการศึกษาและเป้าหมายร่วมกัน ขอให้ ศอ.บต. ประสานกับกระทรวงศึกษาธิการ วางระบบการศึกษาให้ครอบคลุมทั้งในและนอกระบบให้มีมาตรฐานครบวงจร สอดคล้องกับอัตลักษณ์และวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ ควบคู่ไปกับการฝึกฝนทักษะที่จำเป็นสำหรับการแข่งขันในโลกยุคปัจจุบันผ่านกลไกของ กพต. ทั้งนี้ เราทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน คือการนำพาสันติสุขที่ยั่งยืนกลับคืนสู่พื้นที่ชายแดนใต้ พร้อมกับยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนทุกคน